ทำเมนู 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ ให้นักท่องเที่ยวสแกนดู ฟรี
เมนูสองภาษาเป็นเรื่องที่ร้านส่วนใหญ่เคยคิดแล้วพับเก็บ ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่เพราะบนกระดาษมันแพง ต้องรื้อเล่มเดิม ต้องจัดหน้าใหม่ ต้องสั่งพิมพ์อีกรอบ และเดือนหน้าถ้าราคาขยับก็ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งสองภาษาพร้อมกัน
เมนู QR ไม่มีต้นทุนก้อนนั้นเลย เพราะไม่มีการพิมพ์ ข้อความอังกฤษที่เพิ่มเข้าไปคือตัวอักษรในหน้าเว็บ ไม่ใช่หมึกบนกระดาษ ป้าย QR บนโต๊ะยังเป็นอันเดิม ถ้าร้านคุณใช้เมนู QR อยู่แล้ว การเพิ่มภาษาอังกฤษมีต้นทุนเท่ากับเวลาที่คุณนั่งพิมพ์ ไม่มีอย่างอื่น
เริ่มจากยี่สิบรายการ ไม่ใช่ทั้งเล่ม
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือตั้งใจจะแปลให้ครบทุกบรรทัดในคราวเดียว แล้วก็ไม่ได้ทำเลยสักบรรทัด วิธีที่จบได้จริงคือเลือกเฉพาะรายการที่ลูกค้าต่างชาติสั่งจริง กรอกเท่านั้น แล้วปิดงาน
ในเครื่องมือเมนู QR ของเรา ช่องภาษาอังกฤษเป็นช่องเสริมของแต่ละรายการและแต่ละหมวด เว้นว่างไว้ได้ทั้งหมด รายการไหนไม่ได้กรอก ลูกค้าจะเห็นชื่อไทยแทน ไม่ใช่บรรทัดว่าง เพราะบรรทัดว่างแปลว่าสั่งไม่ได้ ส่วนชื่อไทยที่ชี้ได้ยังพอสั่งได้อยู่ และปุ่มสลับภาษาจะปรากฏก็ต่อเมื่อกรอกอย่างน้อยหนึ่งช่อง
เมนูขึ้นชื่อ ให้ทับศัพท์ ไม่ใช่แปล
นี่เป็นหลักข้อเดียวที่ควรจำ
ผัดไทยควรเขียนว่า Pad Thai ไม่ใช่ stir-fried rice noodles ต้มยำกุ้งควรเขียนว่า Tom Yum Goong เหตุผลไม่ใช่ความถูกต้องทางภาษา แต่เป็นเรื่องที่ลูกค้ารู้จักชื่อนั้นมาก่อนแล้ว เขาอ่านคำว่า Pad Thai แล้วรู้ทันทีว่าจะได้อะไร แต่ถ้าอ่านคำแปลยาวๆ เขาต้องเดา และร้านข้างๆ ที่เขียน Pad Thai ก็จะได้ออเดอร์นั้นไป การทับศัพท์ยังทำให้พนักงานรับออเดอร์เข้าใจทันทีด้วย
สำหรับการสะกด ประเทศไทยมีหลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียงที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาประกาศไว้ ใช้กับป้ายและเอกสารราชการ แต่หลักเกณฑ์นั้นถ่ายเสียงตามระบบ ไม่ได้ถ่ายตามความคุ้นเคยของนักท่องเที่ยว บางคำจึงสะกดต่างจากที่คนทั้งโลกเขียนจนชิน ในเมนูร้านให้เลือกการสะกดที่ลูกค้าคุ้นไว้ก่อน
ส่วนเมนูทั่วไปที่ไม่มีชื่อเฉพาะ เช่น ข้าวผัดหมู หรือ ไก่ทอด ให้เขียนแบบอธิบายตรงๆ ไปเลย
ความเผ็ด เนื้อสัตว์ และผงชูรส
สามเรื่องนี้คือสามเรื่องที่ลูกค้าต่างชาติถามพนักงานบ่อยที่สุด เขียนลงเมนูแล้วประหยัดเวลาได้ทันที
ความเผ็ด อย่าเขียนแค่คำว่า spicy เพราะคำเดียวไม่ได้บอกอะไร ใช้ระดับแทน เช่น mild, medium, Thai spicy และเขียนกำกับว่าปรับได้ไหม ประโยคอย่าง you can ask for less chili ช่วยได้มากกว่าที่คิด
ชนิดเนื้อสัตว์ หมูคือ pork เนื้อคือ beef ไก่คือ chicken ดูเล็กแต่สำคัญมาก เพราะลูกค้าจำนวนหนึ่งไม่กินหมูด้วยเหตุผลทางศาสนา และอีกจำนวนหนึ่งไม่กินเนื้อวัว เขียนกำกับไว้ในชื่อรายการแล้วเขาเลือกเองได้โดยไม่ต้องถาม
ผงชูรส ถ้าร้านไม่ใส่ ให้เขียนว่า No MSG ซึ่งลูกค้าเข้าใจตรงกันทั่วโลก แต่มีข้อควรระวัง องค์การอาหารและยาสหรัฐอธิบายว่ากลูตาเมตเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในวัตถุดิบหลายอย่าง เช่น สารสกัดจากยีสต์และโปรตีนพืชไฮโดรไลซ์ และระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบซึ่งมีกลูตาเมตตามธรรมชาติอยู่แล้ว อ้างว่า No MSG หรือ No added MSG ไม่ได้ แปลว่าถ้าร้านคุณใช้ซุปก้อนหรือซีอิ๊วปรุงรส การเขียน No MSG อาจไม่ตรงกับความจริงเท่าที่คิด
ฮาลาล เจ และมังสวิรัติ กำกับได้ฟรีบนเมนูดิจิทัล
บนเมนูกระดาษ การเพิ่มสัญลักษณ์กำกับหมายถึงการจัดหน้าใหม่ บนเมนูดิจิทัลมันคือการกดปุ่ม
สามคำนี้ไม่ใช่คำเดียวกันและไม่ควรใช้แทนกัน มังสวิรัติคือ vegetarian ซึ่งไม่กินเนื้อสัตว์ เจคือการปฏิบัติทางพุทธที่นอกจากไม่กินเนื้อสัตว์แล้วยังงดผักฉุนห้าชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย และมหาหิงคุ์ ส่วน vegan คือไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ใดๆ รวมถึงนมและไข่ ร้านที่ติดป้ายวีแกนให้เมนูเจ กำลังให้สัญญาที่ไม่ตรงกับของจริง เครื่องมือของเราจึงแยกสองป้ายนี้ออกจากกัน
เรื่องฮาลาลต้องระวังกว่านั้นอีกขั้น การเขียนว่าเมนูนี้ไม่มีหมูเป็นการบอกข้อเท็จจริงเรื่องวัตถุดิบ ซึ่งทำได้ แต่การติดเครื่องหมายฮาลาลเป็นคนละเรื่อง เพราะเป็นการรับรองที่ต้องผ่านกระบวนการขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจรับรอง ร้านที่ยังไม่ได้รับการรับรองไม่ควรติดเครื่องหมายนั้นบนเมนู สิ่งที่เขียนได้คือระบุวัตถุดิบตามจริง เช่น no pork
อย่าพิมพ์ QR สองอัน
ร้านจำนวนมากพอจะทำเมนูภาษาอังกฤษก็คิดถึงการทำ QR อันที่สอง เขียนกำกับว่า English แล้วตั้งไว้ข้างๆ อันเดิม อย่าทำ
เหตุผลข้อแรกคือมันทำลายข้อได้เปรียบทั้งหมดที่บทความนี้พูดถึง QR สองอันแปลว่าป้ายสองใบ แปลว่าค่าพิมพ์กลับมา และแปลว่ามีโอกาสที่ป้ายใบหนึ่งจะเก่ากว่าอีกใบ เหตุผลข้อที่สองคือลูกค้าต้องเลือกก่อนสแกน คนที่ยืนหน้าโต๊ะพร้อมมือถือไม่อยากอ่านป้ายสองใบเพื่อตัดสินใจว่าจะส่องอันไหน
ทางที่ถูกคือ QR อันเดียว หน้าเดียว แล้วมีปุ่มสลับภาษาอยู่ในหน้านั้น ลูกค้าสแกนแล้วเห็นเมนูไทยตามปกติ ถ้าต้องการอังกฤษก็กดปุ่มเดียว ป้ายบนโต๊ะไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย
อย่าคาดหวังเรื่องการค้นหา
ปุ่มสลับภาษาทำงานในเบราว์เซอร์ของลูกค้า เป็นหน้าเดียวกัน ลิงก์เดียวกัน เอกสารของ Google เรื่องเว็บไซต์หลายภาษาอธิบายวิธีบอกว่าหน้าไหนเป็นเวอร์ชันภาษาใด โดยทุกวิธีที่แนะนำ ทั้ง hreflang ส่วนหัว HTTP และ sitemap ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าแต่ละภาษามี URL ของตัวเอง
แปลว่าเมนูอังกฤษมีไว้ให้ลูกค้าที่ยืนอยู่ในร้านอ่าน ไม่ได้มีไว้ให้ Google เก็บเป็นหน้าแยก ซึ่งก็ตรงกับความต้องการอยู่แล้ว
สรุปสิ่งที่ต้องทำ
เปิดเมนู QR ของร้าน เลือกยี่สิบรายการที่ลูกค้าต่างชาติสั่งจริง กรอกช่องภาษาอังกฤษเฉพาะรายการเหล่านั้น ใช้การทับศัพท์กับเมนูขึ้นชื่อ ใช้คำอธิบายตรงๆ กับเมนูทั่วไป เขียนระดับความเผ็ดเป็นสามระดับ ระบุชนิดเนื้อสัตว์ให้ชัด กำกับเจกับมังสวิรัติแยกกัน และอย่าติดเครื่องหมายฮาลาลถ้ายังไม่ได้รับการรับรอง
จากนั้นก็จบ ป้าย QR เดิมบนโต๊ะใช้ต่อได้ทันที ไม่ต้องพิมพ์อะไรใหม่สักใบ
แหล่งอ้างอิง
ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้มาจากแหล่งด้านล่าง ถ้าไม่มีแหล่งอ้างอิง เราจะไม่ใส่ตัวเลขลงไป