ทำป้าย QR เมนูตั้งโต๊ะเอง ปริ้นที่ร้านถ่ายเอกสารก็ได้
ป้ายตั้งโต๊ะที่มีคิวอาร์โค้ดเมนู เป็นของที่ร้านส่วนใหญ่คิดว่าต้องสั่งทำ พอค้นในเน็ตก็จะเจอแต่ร้านรับผลิตอะคริลิค ราคาเริ่มต้นหลักร้อยถึงหลักพันต่อชิ้น และต้องรอผลิตกับรอส่ง
ความจริงคือใบแรกของร้านไม่จำเป็นต้องเป็นอะคริลิค กระดาษที่ปริ้นเองแล้วพับตั้งก็ทำงานได้เหมือนกัน และได้ใช้วันนี้เลย แม้แต่ผู้ให้บริการที่ขายสติกเกอร์ติดโต๊ะเองอย่าง FoodStory ก็ยังให้ร้านดาวน์โหลดไฟล์ไปพิมพ์ใช้ชั่วคราวระหว่างรอของจริงที่ส่งภายในสิบสี่วัน แปลว่าไฟล์กระดาษใช้แทนกันได้จริง บทความนี้อธิบายวิธีทำใบนั้นให้ดีพอที่จะใช้ยาว
ร้านหนึ่งต้องใช้กี่ใบ และวางตรงไหน
ร้านเล็กส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการป้ายทุกโต๊ะ ถ้าป้ายมีไว้ให้ลูกค้าดูเมนู ไม่ใช่ให้กดสั่งเข้าครัว ลูกค้าจะสแกนครั้งเดียวตอนนั่งลง
จำนวนที่พอสำหรับร้านทั่วไปคือ ใบใหญ่หนึ่งใบตรงจุดที่ลูกค้ายืนรอหรือสั่ง กับใบเล็กวางโต๊ะเท่าจำนวนโต๊ะที่มีคนนั่งพร้อมกันจริง ไม่ใช่จำนวนโต๊ะทั้งหมดที่มี
จุดที่คนมักวางผิดคือวางราบไปกับหน้าโต๊ะ ป้ายที่นอนราบจะสะท้อนแสงจากหลอดไฟบนเพดานเข้าตากล้องพอดี และลูกค้าต้องก้มลงไปส่อง ป้ายที่ตั้งขึ้นมาทำมุมสแกนง่ายกว่ามาก นี่เป็นเหตุผลที่ป้ายตั้งโต๊ะเป็นทรงสามเหลี่ยม ไม่ใช่แค่เรื่องความสวย
เลือกขนาดจากโต๊ะจริง ไม่ใช่จากรายการสินค้า
ร้านรับผลิตจะเสนอขนาดมาเป็นตัวเลือกสินค้า แต่ขนาดที่ถูกคือขนาดที่พอดีกับโต๊ะของคุณ
โต๊ะที่มีของวางเยอะ เช่น ร้านตามสั่งที่มีขวดเครื่องปรุงเต็มโต๊ะ ให้ใช้ใบเล็กแบบ A6 พับตั้ง เพราะใบใหญ่จะโดนดันไปกองรวมกับของอื่นแล้วหายไปจากสายตา โต๊ะกาแฟที่โล่งกว่าใช้ A5 ได้สบาย
ส่วนจุดยืนสั่งหรือเคาน์เตอร์ ให้ใช้ A4 หรือใหญ่กว่า เพราะระยะห่างระหว่างลูกค้ากับป้ายมากกว่าตอนนั่ง หลักคิดสั้น ๆ คือ ยิ่งลูกค้าอยู่ไกล ป้ายยิ่งต้องใหญ่ และสิ่งที่ต้องใหญ่ตามไปด้วยไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่คือตัวคิวอาร์โค้ดเอง
กระดาษ การเคลือบ และเหตุผลที่แบบด้านชนะแบบเงา
กระดาษที่บางเกินไปจะตั้งไม่อยู่ ล้มทุกครั้งที่มีคนวางแก้ว ถ้าให้ร้านถ่ายเอกสารปริ้น ขอเป็นกระดาษหนาระดับที่ใช้ทำปกรายงาน จะตั้งได้เองโดยไม่ต้องหาอะไรมาค้ำ
เรื่องการเคลือบมีข้อเดียวที่ต้องจำ เคลือบด้านดีกว่าเคลือบเงาเสมอสำหรับป้ายที่ต้องถูกสแกน เคลือบเงาสวยกว่าในมือ แต่ใต้หลอดไฟในร้านมันจะสะท้อนเป็นแถบขาวพาดทับคิวอาร์โค้ด กล้องมือถืออ่านไม่ออกตรงแถบนั้น และลูกค้าจะขยับหามุมอยู่พักหนึ่งก่อนจะเลิกสแกนแล้วเรียกพนักงานแทน เคลือบด้านกระจายแสงออก ทำให้ปัญหานี้แทบหายไป
ถ้าไม่อยากเคลือบเลยก็ได้ กระดาษหนาแบบไม่เคลือบสแกนติดดีมาก เพียงแต่เปื้อนเร็วกว่า วิธีที่ถูกที่สุดคือปริ้นเผื่อไว้อีกชุดแล้วเปลี่ยนเมื่อเริ่มเลอะ
คิวอาร์โค้ดต้องใหญ่แค่ไหน และวิธีทดสอบใน 1 นาที
ผู้ผลิตป้ายมืออาชีพระบุขนาดขั้นต่ำของคิวอาร์โค้ดที่สแกนจากมือถือได้ไว้ที่ประมาณสามถึงห้าเซนติเมตร และแนะนำให้ขยับขึ้นไปแปดถึงสิบเซนติเมตรถ้าเป็นป้ายกลางแจ้งหรือระยะไกล ใช้ตัวเลขนี้เป็นจุดตั้งต้นได้ แต่อย่าใช้เป็นข้อสรุป เพราะระยะยืนของลูกค้าและแสงในร้านของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
อีกเรื่องที่ห้ามพลาดคือขอบว่างรอบคิวอาร์โค้ด มาตรฐานกำหนดให้มีขอบว่างกว้างเท่ากับสี่โมดูล คือช่องสี่เหลี่ยมเล็กสุดสี่ช่อง และในขอบนั้นต้องไม่มีอะไรพิมพ์อยู่เลย เวลาออกแบบเองแล้วอยากประหยัดพื้นที่ คนมักตัดขอบขาวออกหรือเอาตัวหนังสือไปชิดขอบ นั่นคือสาเหตุที่ป้ายบางใบสแกนติดบ้างไม่ติดบ้าง
ถ้าให้ร้านถ่ายเอกสารพิมพ์ ให้บอกว่าพิมพ์ที่ขนาดจริงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ห้ามย่อให้พอดีหน้ากระดาษ เพราะการย่ออัตโนมัติจะทำให้คิวอาร์โค้ดเล็กลงกว่าที่ออกแบบไว้ และข้อดีของเมนูแบบคิวอาร์โค้ดคือ เวลาราคาเปลี่ยน คุณแก้ที่หน้าเมนูออนไลน์ ป้ายใบเดิมยังใช้ได้เหมือนเดิม
วิธีทดสอบที่ได้ผลจริงไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไร ปริ้นออกมาหนึ่งใบ เอาไปวางบนโต๊ะจริงในร้านของคุณ ตอนที่เปิดไฟจริง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ของลูกค้า หยิบมือถือขึ้นมาสแกนจากท่านั่งปกติ ไม่ต้องเอนตัวเข้าไปใกล้ ถ้าติดภายในสองวินาที ขนาดนั้นใช้ได้ ถ้าต้องขยับหามุมหรือต้องยกป้ายขึ้นมา แปลว่าต้องใหญ่ขึ้นหรือย้ายที่วาง ลองซ้ำด้วยมือถือรุ่นเก่าที่สุดที่หาได้ในร้าน เพราะกล้องรุ่นเก่าคือด่านจริง
แล้วเมื่อไหร่ที่ควรจ่ายให้ร้านอะคริลิคจริง ๆ
ป้ายกระดาษไม่ได้ชนะทุกกรณี มีสามสถานการณ์ที่การจ่ายเงินให้ร้านรับผลิตคุ้มกว่าชัดเจน หนึ่ง โต๊ะที่มันเยิ้มหรือเปียกตลอด เช่น ร้านหมูกระทะที่ต้องเช็ดโต๊ะทั้งวัน กระดาษจะเปื่อยจนต้องเปลี่ยนทุกอาทิตย์ สอง ป้ายที่อยู่นอกร้าน โดนแดดโดนฝน แสงแดดจะทำให้หมึกซีดจนคอนทราสต์ลดลงแล้วสแกนไม่ติด สาม ป้ายที่ตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของหน้าร้านถาวร
นอกจากสามข้อนี้ ป้ายกระดาษที่ทำเองทำงานได้เท่ากัน และข้อได้เปรียบที่แท้จริงของมันคือคุณแก้ได้ทันทีโดยไม่เสียดายของที่จ่ายไปแล้ว
เขียนคำบอกลูกค้าเป็นภาษาไทย
ป้ายสำเร็จรูปจำนวนมากพิมพ์คำว่า SCAN ME มาให้ ซึ่งลูกค้าที่ไม่คุ้นกับการสแกนอ่านแล้วก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไร เขียนเป็นภาษาไทยที่บอกขั้นตอนจริงช่วยได้มากกว่า เช่น เปิดกล้องมือถือ ส่องที่รูป รอสองวินาที แล้วกดลิงก์ที่ขึ้นมา และควรมีชื่อร้านอยู่บนป้ายเสมอ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่ากำลังสแกนของร้านนี้
ถ้าร้านของคุณมีลูกค้าผู้สูงอายุประจำ การเก็บเมนูกระดาษไว้สองสามเล่มที่เคาน์เตอร์ไม่ใช่ความล้มเหลวของระบบ มันคือการให้ทางเลือก และทำให้คนที่ยังไม่พร้อมสแกนไม่รู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
แหล่งอ้างอิง
ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้มาจากแหล่งด้านล่าง ถ้าไม่มีแหล่งอ้างอิง เราจะไม่ใส่ตัวเลขลงไป